เกี่ยวกับ จามร จรมา ทำงานมวลชนสัมพันธ์, สามจังหวัดชายแดนใต้ ช่วยเหลือสังคม,งานจิตอาสาทั่วไป เลขที่55/1 ถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี. โทร083-845-5244.. บัญชีธนาคาร กรุงไทย สาขาสุพรรณบุรี เลขที่ 710-0-44882-4 ชื่อเจ้าของบัญชี นายชาลิน พิมสอน
วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ชาวเล...
พี่-น้อง..ลูกชายเลียนแบบพ่อ ดังนี้เป็นต้น...ดังนั้น แผนระยะยาว..เราจึงต้องปลูกฝังเด็กๆให้เขาเข้าใจ ข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ตรงประเด็น..
ดังนั้น..ผมและทีมงาน จึงมุ่งหวังที่จะเข้าไปตีสนิทกับเด็กๆ..เพื่อไม่ให้พวกเขาหวาดระแวง คนจากศาสนาอื่นๆ..
ที่จะผ่านพบเข้ามาในวิถีชีวิต ของกันและกัน....
ประมงชายฝั่ง.. ณ ฝั่งฝัน...
ของเด็กๆโรงเรียนตาดีกา ยังตราตรึงอยู่ในมโนสำนึก..สำนึกแห่งการรักชาติ รักแผ่นดินเกิด..
หลายๆสถานที่ ที่เราอยากแวะทานอาหารค่ำ ดื่มด่ำบรรยากาศชายแดน
ติดริมทะเล..แต่เราก็ยังหวาดระแวง
เราไม่ใช่พวกกล้าบ้าบิ่น..
เราเป็นแค่พวก "จะพยายามไม่กลัว"
เฝ้าปลอบใจกันเองว่า พวกเราไม่ใช่เป้าหมายของความขัดแย้ง..เราต้องปลอดภัย...เราต้องปลอดภัย..
แต่กระนั้น..กว่าเราจะหาที่ทานข้าวได้..ก็เข้าเขต อ.จะนะ.
เป็นซุ้มหมู่บ้านชาวเล ปลูกแบบชาวบ้านทั่วไป ขับรถมองลงไปเห็นทะเล...ใจพวกเราโผบินลงไปสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ที่มาในรอบแรกแล้วหละ.. แต่เรากลัว...จนคราวนี้..ครั้งที่สาม ที่เรากล้าจอดรถ ลงไปสัมผัสผู้คน....ผมคว้ากล้องวิ่งเหยาะๆลงไปชายหาด..ด้วยสายตาแลเห็นสองพ่อลูกกำลังเหวี่ยงแหอยู่ชายฝั่ง..
น้ำแค่เอว..แต่เขาทอดแห..ได้ปลากระบอกครั้งละ 3-4 ตัวบ้าง 5-6 ตัวบ้าง..
"โคตรหากินง่ายเลยแถวนี้"
ผมรำพึงรำพันในลำคอ..แล้วก็แสลงใจตัวเอง..ก็ใครละจะกล้ามาหาปลาหาปูแถวๆนี้ มีแต่อันตราย..
ผมนึกบอกตัวเอง...บางคนบอกผมว่า สามจังหวัดชายแดนใต้ ทรัพย์ยากรณ์เยอะมากๆ..จนบางคนลงทุนฮุบที่นี่.....///
วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
โครงการ..ดับไฟใต้..
ถ้าเราจะช่วยคน..เราจะช่วยแค่ไหน..
ระยะสั้น..ระยะกลาง.. ระยะยาว..
ถ้าเราช่วยคนที่ไฟไหม้บ้าน..เราจะช่วยแค่ไหน..แค่พาเขาไปนอนใต้ร่มไม้..หรือมากกว่านั้น..
ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้นั้น..
หมักหมมมานาน..นานจนแกะไม่ออก
ปมเงื่อนงม..ยุ่งเหยิง
พอๆกับฝอยขัดหม้อ..
การจะลงไปช่วยกันแก้ปัญหา..
ไม่ใช่ไปแบบไฟไหม้ฟาง..แต่ต้องไปแบบ จีบสาว..คือเทียวไล้เทียวขื่อ..
หมั่นไปเยี่ยมหมั่นไปหา..
ซึ่งแน่นอนว่า..ถ้าเราไปจีบสาว..มีแต่มือเปล่าๆไป..สาวที่ไหนเขาจะมาชอบ..
ยิ่งถ้าเราหวังไปเป็นคู่ตะดาหงัน..เราต้องยิ่งทุ่มทุน..เพื่อซื้อใจญาติๆของว่าที่เจ้าสาวในอนาคต..
ซึ่งว่าที่เจ้าสาวอาจจะไม่ชอบขี้หน้าเราก็ได้..แต่..ในเมื่อถ้าเราซื้อใจญาติๆของเจ้าสาวไว้ได้เกือบหมด
เราย่อมต้องมีกองเชียร์..อย่างน้อยๆ..จากที่ทีเป็นศัตตรูเขาก็อาจจะเฉยๆ..คือแทนที่เขาจะตบเรา..และตะเพิด.เขาอาจจะทำเฉยๆ..เพราะเห็นแก่ญาติพี่น้องและคนรอบข้าง บ้างก็ได้..
โโยเฉพาะ สมัยนี้..มันเข้าสู่สงครามการแย่งชิงมวลชน...เรายิ่งต้องรีบทำ..
ทำเดี๋ยวนี้....จงทำ...จำไว้..จงทำและรีบทำ...ก่อนจะสายไปมากกว่านี้..
วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เราสู้...
หมู่บ้านผมก็เป็นพื้นที่สีแดง...
พวกเราชาวบ้าน..ไปขอร้องให้ทางอำเภอฝึกอาวุธให้พวกเรา..
เราฝึก ทส.ปช. อพป.จับปืนลูกซอง
ปืนสั้นสู้กับพวกโจร..
คราวที่..กปปส.ลุกขึ้นสู้กับระบอบทักษิณ
ผมเห็นคนปักษ์ใต้มีหัวใจนักสู้มากๆ..
ก็แล้วทำไม..เราไม่ลุกขึ้นสู้กับโจรใต้
กันมั้ง..ประกาศให้โลกรู้ว่า คนใต้ไม่ใช่โจร..คนใต้พร้อมจะสู้กับโจร..
เราจะกอดคอกัน สู้ไปพร้อมๆกัน ..
ประกาศให้โลกรู้ว่า..
"เราสู้"
กองทุน..หนุนชายแดน..
มีนินิตรที่นำพระพร..ความรัก..
และสันติสุข..ไปสู่ชายแดนใต้..
เพียงท่านสละทุนทรัพย์..
ท่านละ 100 บาท..
เพื่อสนับสนุนและสมทบให้ทหาร
เด็กนักเรียนตาดีกา ครู ..และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนใต้..
โดยโอนเงิน เข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย สาขาบิ๊กซีสุพรรณบุรี
เลขที่ 2012672643..
นส.โสภา กาสเส็น..
จักรขอพระคุณเป็นอย่างสูง
"รักผูกพัน..ไม่ทอดทิ้งกัน"
วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
สิ่งของบริจาค...
นี่คือสิ่งของบริจาค..
ที่เพื่อนๆคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ..ส่งมาให้ทีมงาน..
เพื่อนำไปมอบให้เด็กๆในโรงเรียนตาดีกา..
ในสามจังหวัดชายแดนใต้....
วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557
อูฐรอดรูเข็ม....
ในดินแดนที่ผมไปคือดงโจร...มันฆ่าทหาร..ฆ่าตำรวจ..
ฆ่าครู...เผาโรงเรียน...ฯลฯ...
แต่..ผมคิดว่า..ถ้าต่างฝ่ายต่างคิดแต่จะฆ่ากัน..
ใครจะชนะ...ไม่มีใครชนะ..มีแต่คนแพ้...
สภาพจิตใจของเด็กๆและผู้บริสุทธิ์บอบช้ำ...
เกินจะเยียวยา...ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะวางปืน..
แล้วหันหน้ามาเจรจากัน...
แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่อยากเจรจา..ขอเพียงให้โอกาสเด็กๆ..
ได้ไหม..ให้เขาได้พบเจอกับคนจากโลกภายนอกบ้าง...
มั่งมี..แต่อยากจน
ถ้าถามผม..ผมว่าไม่มีคนจน..ถึงขนาดว่าขัดสน
สิ่งของ... จนต้องถึงขั้นขอบริจาค..
แต่เราขาดความเข้าใจที่ดีต่อกัน..
ขาดความรู้เขารู้เรา..
มันเลยเกิดช่องว่างระหว่างเรา...
แล้วเลยกลายเป็นรูโหว่..ที่มีคนบางกลุ่มมาใส่ความคิด..ที่ผิดเข้าไป..ในรูโหว่นั้น...
โดยที่คนที่รับเอาความคิดผิดๆมาต่อยอด
เพราะคิดว่ามันถูก...
ซึ่งเด็กๆเหล่านี้คือต้นกล้าของชุมชน..ที่เราต้องเติมปุ๋ย คือความรู้ที่ถูกต้อง..เพื่อจะได้เป็นภูมิคุ้มกันให้ตัวเขาต่อไป..เพื่อจะส่งผลต่ออนาคตของชุมชนที่เขาอยู่อย่างยิ่งยวด....
วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557
โต๊ะครู..โรงเรียน ตาดีกา
ดังนั้นผมจึงศึกษาแววตา ของผู้คนมากหลาย..
โตะครูท่านนี้พูดไทยได้น้อยมาก..
ผมต้องใช้ล่ามแปลภาษาจาก ยาวี มาเป็นไทย..
หลังจากผมมอบสิ่งของ..ผมถาโต๊ะครูว่า..
นักเรียนขาดแคลนอะไรบ้างครับ ผมจะได้จัดหามาให้..โต๊ะครูฟังไม่เข้าใจ...
แต่แววตาของล่ามดีใจ..และยิ้มละไม..
ก่อนจะบอกกับโต๊ะครูเป็นภาษายาวี...
โต๊ะครูยิ้ม..จนตาหยี..
ในริ้วรอยความเหี่ยวย่น บนใบหน้า..
ผมพบน้ำใสๆไหลจากตาของโต๊ะครู...
สะพานบุญ
สิ่งของที่เรานำมาบริจาค
ให้แก่เด็กๆในโรงเรียนตาดีกา..ว่า..
ทั้งหมดคือเงินของคนอื่นทั้งสิ้น..
พวกเราเป็นเพียงคนที่มีจิตอาสา
พาของบริจาคมา มอบให้เด็กๆ
พวกเขาเรียกพวกเราว่า"สะพานบุญ"
คือช่วยเชื่อมจากฟากนี้ไปฟากโน้น...
แต่กระนั้นผมก็หวัง...
หวังว่าสักวัน..คงมีคนกล้าแรมทางไปกับผมมากยิ่งขึ้น...และผู้คนในชุมชนจะอ้าแขนต้อนรับเรามากขึ้นกว่าเดิม....
เด็กๆตาดีกา..ที่จ.ปัตตานี
เข้าไปมอบสิ่งของ..ไม่เหมือนแววตาของเด็กๆทั่วไป..ซึ่งส่วนใหญ่ใสซื่่อและบริสุทธิ์..
ถ้าเป็นเด็กๆที่อื่น เมื่อเราแจกขนม พวกเขาจะทานในทันที แต่..เด็กตาดีกาจะไม่ทาน..
จนกว่าจะแน่ใจ..ถึงความปลอดภัย..ไม่ใช่จากขนมที่เรานำไปแจก แต่แน่ใจว่าทุกคนที่ไปเยี่ยมเยียนพวกเขาปลอดภัย...
ทีมงานบางคนเล่าให้ผมฟังว่า บางแห่งเมื่อไปแจกขนม พวกเขาจะโยนทิ้ง..และตะคอกใส่หน้าว่า ไม่เอา ไม่รับ ทีหลังไม่ต้องมาอีก..
บางที..ผมว่าเขาไม่รับเพราะห่วงเรามากกว่า..
วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557
แดน สีแดง..
สภาพของโรงเรียนตาดีกา..
เหมือนถูกทิ้งร้าง..อุปกรณ์การเรียนการสอน..
ค่อนข้างเก่า..ฝ้าเพดานชำรุด สวิทย์ไฟฟ้าห้องต่องแต่ง..
แต่แววตาเด็กๆ ลิงโลดเมื่อ โต๊ะครู ประกาศว่า..
มีชาวกรุงเทพมาเยี่ยม มีขนม และสมุด ดินสอ
มาแจก..ชั่วพริบตา..เด็กๆก็มากันเต็มลานของโรงเรียน..เด็กผู้ชายแววตาวิงวอน เมื่อเผยความในใจว่า..พวกเขาอยากได้ ลูกฟุตบอล หรือตะกร้อ...
วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เขตตำรวจใช้กระสุนจริง...
บ้านเรา..คนที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล..
อาจโดนยิงหัวตายเอาได้ง่าย..ๆ
บางครั้ง..แค่นายพยักหน้าเท่านั้นแหระ..
ลูกน้องมันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น..
มันไม่ดูกฎหมงกฎหมายใดๆทั้งนั้น..
เพื่อนร่วมอุดมการณ์...
ผมเจอน้าหงา..ทึ่ราชดำเนินบ่อยๆ..
แต่ไม่ค่อยได้คุยกัน..
วันนั้นต่างคนต่างกลับจากชายแดนใต้ด้วยกันมาเจอกัน..
เลยได้โอกาสจับเข่าคุยกัน....
ขอบพระคุณน้าหงา..คราบบบบ...
วันใสๆ ของวัยสวยๆ..
ของหมู่บ้านชาวเล แห่งหนึ่งในอ.จะนะ
ผมได้พบหมู่บ้านที่ผมฝันเห็นบ่อยๆ..
และเด็กๆชาวอิสลาม..
เมื่อผมขอถ่ายรูป..พวกเขาเขิลอาย..
ผมบอกว่า..ลุงจะถ่ายไปลงในอินเตอร์เน็ต..
คนจะเห็นพวกหนูๆกันทั่วโลก..
พวกเขาหัวเราะ...คริคริ..คนจะเห็นทั่วโลก...
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เด็กๆโรงเรียนตาดีกา...
สิ้นสุดการต่อสู้กับระบอบทักษิณ..
ผมจะพักผ่อน..ไม่หยิบไม่จับอะไรเลย..
แต่ภาพของผู้ชายโบกธงชาติไทย โดนยิงตาย..
ที่ราชดำเนิน..บางคนบอกว่าเขาเป็นคนใต้และ
นับถือศาสนาอิสลาม...
ดังนั้น..ความคับแค้นใจของผมทุกครั้งที่ ..
ทราบข่าวว่าพี่น้องอิสลามถูกกระทำย่ำยี..
ทั้งที่ตากใบ กือเซะ..
ทำให้ผมทนไม่ได้ ทั้งที่ผมเป็นคนชาวพุทธ..
ผมจึงโบยบิน..สู่แดนสะตอทันที ที่เสร็จงานจากราชดำเนิน...
ความรัก..ที่ไม่มีพรมแดน
มีเพื่อนๆหลายคนที่แนะนำผมว่า อย่าไปสามจังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงใกล้ถือศีลอด..
แต่..ความที่น้องๆทหารหลายๆคนก็ลำบาก
ในเรื่องยุทภัณท์ เราจึงต้องติดต่อกันแบบลับๆ..
คือไปเป็นการส่วนตัว...น้องๆทหารก็ออกมาต้อนรับ แบบเป็นการส่วนตัว เราจึงเป็นทีมที่ไปกันแบบชาวบ้าน ทั่วไป ..ไม่ใช่อวดเก่ง หรืออยากดัง..
แต่ผมว่าน้องทหารที่เขาทำโครงการนี้..เขาก็อยากได้รับของบริจาค เพื่อนำไปมอบให้เด็กๆ...
ผมเองก็กระหายจะค้นหาความจริง..
แม้ในถิ่นที่ยากลำบาก..
และอันตรายจากฝ่ายตรงข้าม
วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เด็กน้อย..ชาวอิสลาม..
ความจริง..แห่งวันนี้..
เด็กๆดีใจและลิงโลด..เมื่อโต๊ะครูประกาศ..
เป็นภาษายาวี..แปลว่า..มีคนมาเยี่ยม..เอาของมาแจก..
ให้เด็กๆรีบออกมารับของ..เพราะอาคันตุกะต้องรีบไปหลายที่..
หากความเป็นจริง...เราต่างฝ่ายต่างกลัวเรื่องความปลอดภัย..
แต่เราซ่อนเรื่องนี้ไว้ใต้พรม..เราไม่อยากให้เด็กๆมารับรู้
เรื่องราวการจ้องเข่นฆ่ากัน....
เราจึงหลอกเด็กว่าเราต้องไป...ทั้งที่ความจริงเรายากอยู่
ใกล้ๆเขาให้นานแสนนาน...
วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557
นักเรียน..ตาดีกา...
เด็กๆ..นักเรียนตาดีกา..คือสิ่งที่ผมรักและหวงแหนมากที่..
แม้จะคนละศาสนากันกับผมก็ตาม...
เพราะอะไรหรือ..เพราะผมห่วงว่า"บางคน"
จะปลูกฝังความเชื่อแบบผิดๆให้กับเด็กๆ...
ดังนั้น..หวกมีส่วนใดๆที่สามารถทำเพื่อเด็กๆเหล่านี้ได้..
เราต้องรีบทำ...ก่อนที่จะสายเกินไป....
"สุดทางบูรพา"..เทือกเขาบูโด...
น้องทหารพรานคนหนึ่ง..แห่งเทือกเขาบูโด..ลาราชการ..
มาร่วมสมทบกับทีม"บินหลา"ของผมที่ปัตตานี...
หลังจากที่ผมบรรทุกเสื้อเกราะใส่รถกระบะ..
ห้อไปจากสุพรรณบุรี..พันกว่ากิโลเมตร..
ที่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับ..ไปตลอดทาง..ถามว่ากลัวไหม..
ตอบตายเลยว่ากลัว..แต่ผมเชื่อในความดีที่กระทำ..
จนเสร็จภาระกิจ..น้องได้ส่งภาพเทือกเขาบูโด..มาให้ผมดู..
มันเหมือนที่เขาค้อมากๆ...บรรยากาศพาชวนให้ฝัน..
สักวัน..ผมจะไปที่นั่น..ไปบุกเบิกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ทางประวัติศาสตร์..แห่งใหม่...
วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557
"สุดทางบูรพา"..
ถ้าจะให้ผมบรรยายชีวิต..ตัวเองออกมาเป็นตัวอักษร..
คงบรรยายไม่ถูก..ด้วยมิรู้แจ้งในสิ่งใดๆในตัวเองเลย..
บางที่อาจมีวิญาณคนรักชาติ..หรือนายทหารองครักษ์..
มาเข้าสิงผมก็อาจเป็นไปได้...
แต่ที่รู้ๆ...กระไรเล่า..ผมช่างเป็นห่วงพี่น้องชาวใต้..
ได้ถึงเพียงนี้..และเมื่อได้ลงไปสัมผัส..ผมยิ่งเพิ่มความห่วง
เข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ.....
..ที่ปักษ์ใต้นี่เอง..ผมได้เรียนรู้ว่าความรักและการรอคอย..
มันช่างทรมาณอย่างแสนสาหัส..
เกือบๆสามสิบปี..ที่ผมเฝ้าพยายามจะลืมอดีต..พยายามไม่คิด..
ไม่พูดให้ใครฟัง..ไม่อะไรทั้งนั้น..แต่ภาพบ้านน้อยริมทะเล
ต้นมะพร้าว ..และชายหาดสะอ้านตา..
มันคอยตามมาหลอนหลอก..อยู่แทบจะทุกลมหายใจ...
ผมลงใต้..เพื่อหาหมู่บ้านในความฝัน..แทบทุกหมู่บ้าน..
ที่ผมคิดว่าคงจะใช่ที่นั่น...แต่ก็ป่าวประโยชน์..
ไม่มีสักที่เดียวที่ใกล้เคียง...ไม่มีเลย...
แต่ในสุดท้าย...หลังจากเข้าไปไหว้ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเนี่ยว
ที่ปัตตานีกลับมา..ผมก็เจอ...
อย่างไม่คาดฝัน...
จามร จรมา..เจอ..หงา..คาราวาน..
กลับจากแจกเสื้อเกราะให้น้องๆทหารพราน..
จากชายแดนปัตตานี..เจอน้าหงาข้างถนน..
พลัน..ก็ถลันเข้าไปพนมมือไหว้...
กล่าวโอภาปราศัย..ผมบอกว่าเจอหน้าน้าหงาที่ราชดำเนิน..
เขาว่าอ้าวเหรอ..ผมบอกว่าไปปัตตานีมา..ไปแจกเสื้อเกราะ
ให้ทหารพราน..น้าหงาสะดุ้งเล็กๆ..ถามว่าไม่กลัวเหรอ...
ผมก็ว่าป่าวนะ..ไม่กลัว...
แกก็ว่า..แกก็เพิ่งมาจากบันนังสะตา..
ไปเล่นดนตรีปลอบขวัญทหาร...
เราต่างก็เป็นนักสู้แห่งราชดำเนิน...
เจอกันก็ทักกัน..แล้วก็แยกย้ายกันไป...
แล้วผมก็คิดถึงราชดำเนิน..เมื่อปี 35...
จนมาถึง ปี 56-57...
เรา...นักประชาธิปไตยข้างถนน..ยังคงกำแกร่ง..ประสพการณ์..































